fbpx
Home คอร์สออนไลน์รู้จักตัวเอง ก่อนเริ่มสร้างตัวตน
รู้จักตัวเอง ก่อนเริ่มสร้างตัวตน

รู้จักตัวเอง ก่อนเริ่มสร้างตัวตน

คลิปนี้จะช่วยคุณได้ข้อมูลสำคัญ ที่จะทำให้คุณสามารถต่อยอด

แล้วก็ค้นหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเองจริงๆ นะคะ ถ้าคุณกำลังคิดอยู่ว่า เอ๊ะ ตัวฉันเนี่ย

จะสร้างตัวตนออนไลน์แนวทางไหนดี เป้าหมายของฉัน ควรจะไปไหน เวย์ไหนนะคะ

ก่อนอื่น บีอยากจะชวนทุกคนย้อนกลับ มาที่จุดตั้งต้นก่อนค่ะ ก่อนที่เราจะรู้ว่า

ตัวเราเองจะเดินไปทางไหนเนี่ย ณ วันนี้ เรารู้หรือยังคะว่า ตอนนี้ตัวเรา ยืนอยู่ที่จุดไหน

เพราะฉะนั้นวันนี้บีอยากจะชวนทุกคนมาคุยกัน เรื่องการทำความรู้จักตัวเองค่ะ

ตัวเราเป็นใครกันแน่ ไม่รู้ว่าทุกคนเป็นเหมือนบีหรือเปล่านะคะ

ว่าเราเกิดมาเนี่ย ตั้งแต่สมัยเด็กๆ สมัยวัยรุ่น

เราก็มักจะมีคำถามเกี่ยวกับตัวเราเองมาตลอดเลยนะ ว่าสรุปจริงๆ แล้วตัวเราเป็นใครกันแน่

เราชอบหรือไม่ชอบอะไรกันแน่ เราอยากจะทำอะไรกันแน่นะคะ แล้เราก็คิดทบไปทวนมานะคะ

คิดซ้ำคิดซ้อนในแต่ละช่วงวัย จนสุดท้ายพอมาถึงตรงนี้ ณ วันนี้

เราก็ยังคงตั้งคำถามนั้นกับตัวเองอยู่เลย ซึ่งมันก็ยังคงเป็นคำถามเดิม ที่เราอาจจะถามเมื่อ

10 ปี 20 ปี 30 ปี ที่แล้วใช่ไหมคะ

มันน่าแปลกมั๊ยคะ เพราะฉะนั้นนะคะ วันนี้บีเลยอยากจะมาคุยประเด็นนี้ล่ะค่ะ เพราะบีเชื่อว่า

มันน่าจะมีคนที่เป็นลักษณะ อาการเดียวกับบีอยู่ตอนนี้ค่ะ ก่อนอื่นเนี่ย

บีอยากจะตั้งต้นด้วย การทำความเข้าใจพื้นฐานไปในแนวทางเดียวกันก่อนนะคะ

การทำความรู้จักตัวเอง ในสิ่งที่เรา กำลังจะคุยกันในคลิปนี้เนี่ย

มันไม่ใช่การรู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไรนะ แต่มันเป็นการทำความเข้าใจว่า จริงๆ แล้ว

ตัวคุณเองเป็นใครอยู่แล้ว จุดที่คุณยืนอยู่เนี่ย

คือจุดไหนคุณเป็นใครกันแน่นะคะ มันแตกต่างกันอย่างนี้ เพราะว่า

เวลาที่เราเกิดมาแล้ว เรามีสังคมปฏิสัมพันธ์กับ คนนู้นคนนี้นะคะ ทั้งพ่อแม่

เพื่อนที่ทำงานอะไรต่างๆ เราก็จะได้เซตความคิดจากคนรอบข้างมา ว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรจะทำ

อะไรคือสิ่งที่เราควรจะเป็น อะไรคือลักษณะของคนดี อะไรคือลักษณะของคนสำเร็จ

เราก็จะได้รับข้อมูลนี้มาตลอดเวลา ทุกนาทีทุกวัน เลยใช่มั๊ยคะ จนบางทีเนี่ย

มันผสมกลมกลืนกับตัวเราไปค่ะ ว่าเราก็ลืมไปแล้วว่า สรุปแล้วเนี่ย ฉันเป็นคนแบบนั้น

หรือฉันเป็นคนแบบนั้นจริงๆ หรือฉันแค่อยากที่จะทำตัวเองให้เป็นคนแบบนั้น

บีอยากจะให้ทุกคน มาตั้งต้นค้นหาตัวตนของตัวเองจริงๆ นะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเราเนี่ย

สับสนนะ เราจะได้มีจุดยืนของเราหนักแน่นว่า ถ้าเกิดว่า

ตัดสิ่งแวดล้อมรอบข้างออกหมดแล้วเนี่ย ตัวฉันเป็นยังไงกันแน่

บีขอขยายความตรงนี้อีกหน่อยนึงนะ บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมเราจะต้องมารู้ว่า ตัวฉัน

ชอบอะไรเป็นยังไงกันแน่ เพราะว่ายังไงก็แล้วแต่ เราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคม

ท่ามกลางสิ่งแวดล้อม เราไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่า ตัวเราเป็นใครเราก็แค่ทำไปตามคลื่นของสังคม

วัฒนธรรมสิ่งแวดล้อม ให้เราเกาะกลุ่มกับคนอื่น ไม่ได้มันก็จบแล้วใช่ไหม บีต้องการที่

จะให้ทุกคนรู้จักตัวเอง เพราะว่าการที่เมื่อไหร่ที่คุณไม่รู้เลยว่า

จริงๆ แล้วฉันชอบอะไร แต่ว่าคุณแค่ใช้ชีวิตไปตามคลื่นของคนรอบข้างไปเรื่อยๆ เนี่ย

เราไม่สามารถควบคุมคนอื่นได้ค่ะ ว่าสถานการณ์รอบข้างเรา มันจะเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า

พอเมื่อไหร่ที่สถานการณ์รอบข้างของเรา มันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตัวเราเองเปลี่ยนแปลงไม่ทัน

ปรับตัวไม่ทัน มันก็จะสะท้อนกลับเข้ามาถึงตัวเอง มันเหมือนตัวเราจะไม่มีที่ยืน

ตัวเราจะว่างเปล่า มันลักษณะเหมือนเวลา คุณจะออกหมัดชกค่ะ ถ้าเมื่อไหร่คุณได้ยืนอย่างมั่นคง

ได้กางขา ได้ใส่รองเท้าที่มั่นคง และคุณต่อยออกไป หมัดของคุณจะหนักใช่ไหม

มันจะตรงเป้าหมายใช่ไหมคะ แต่ถ้าเกิดว่า ขาของคุณยังโครงเครงๆ

คุณยังยืนในท่าที่ไม่มั่นคงเลยอ่ะ คุณ ต่อยออกไป หมัดมันก็ไม่มีพลัง มันก็ลักษณะเหมือนกับว่า

2 ขาที่เรายืนมันก็คือ จุดยืน การรู้จักตัวเอง ที่เรามีอยู่นี่ล่ะค่ะ หมัดชกก็เปรียบเสมือน

สิ่งที่คุณได้ถ่ายทอดออกไปบนออนไลน์ สิ่งที่คุณได้สร้างตัวตนบนออนไลน์ออกไป มันจะหนักแน่น

มีน้ำหนักหรือเปล่า มันก็ขึ้นอยู่กับว่า รากฐานของคุณมั่นคงแค่ไหน เกริ่นกันมานานแล้วนะคะ

ทีนี้จะมาเข้าสู่เนื้อหากันแล้วค่ะ บีมี 3 คำถามสำคัญที่จะทำให้คุณรู้

และเข้าใจชีวิตตัวเองใน 3 ด้านนี้นะคะ 3 คำถามที่ว่านี้นะคะ บีให้ตัวย่อมันว่า s i v ค่ะ

เริ่มจากตัว s ก่อน คือ strong mood ค่ะ

เรามีความรู้สึกอินกับอะไรมากๆ มีความรู้สึกที่มันอินเข้มข้นเหลือเกินนะ

มันไม่ได้แค่รู้สึกแบบ ผิวเผิน อ่านข่าวของใครแล้วก็รู้สึกอินตามนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ผ่านไป

แล้วก็ลืม แล้วก็คือไม่ใช่เป็น strong mood นะ ก็เป็นความรู้สึกทั่วไป

ที่เราแบบไหลตามเหตุการณ์นู้น นี้ นั้น แต่ strong mood เนี่ย เราอินมาก

เรารู้สึกดีก็ ดี๊ ดี รู้สึกเศร๊า เศร้า โกรธก็โกรธมาก ปรี๊ดแตกไปเลย

มันรู้สึก strong mood นะ รู้สึกเป็นความรู้สึก ที่มันเข้มข้นมากๆ ส่วนใหญ่แล้วเนี่ย

ต้นเหตุของ strong mood เนี่ย มันจะต้องเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตเรา

เรื่องราวอะไรบางอย่างเนี่ย มันจะต้องไปกระเทือนสิ่งสำคัญที่อยู่ในใจเรา

เพราะมันกระเทือนปุ๊บเนี่ย มันเลย สะท้อนออกมาเป็นความรู้สึกที่มันแบบเข้มข้นมากเป็นพิเศษ

อย่างบางคนเนี่ยโดนล้อเรื่องแต่งตัวไม่ดีอย่างนี้ บางคนเขาก็เฉยๆ ถูกมั๊ย

แต่งตัวไม่ดีก็แล้วไง เป็นสไตล์ของฉัน ก็จบถูกป่ะ เออ อันนี้ไม่ใช่ strong mood เขาไม่ได้มี

strong mood เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่บางคนเนี่ย โดนว่านี่ไม่ได้เลย

สะเทือนเลย โกรธมาก แค้นมาก ทำไมพูดอย่างนี้ หรือบางคนก็นอยด์มาก เสีย self

ไปเลยแบบนี้ เรียกว่า strong mood แสดงว่า เราต้องมีปัญหา

หรือว่ามีปมอะไรบางอย่างในใจเรา ที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องการแต่งตัว

เรื่องภาพลักษณ์ถูกไหมคะ สาเหตุที่เราต้องรู้ เรื่องนี้ก็เพราะอะไร เวลา strong mood

มันเกิดขึ้น เวลาอารมณ์มันเกิดขึ้นเนี่ย มันเกิดโดยธรรมชาติใช่มั๊ย

บางทีเราจะนอยด์กับเรื่องอะไร มันนอยด์เอง เราไม่ได้พยายามให้ตัวเองนอยด์ถูกไหม

เราจะโกรธกันเรื่องอะไรเนี่ย บางทีมันโกรธเอง โกรธขึ้นมาอย่างนั้นน่ะ ตัวเราเองยัง

ฉุดตัวเองไม่อยู่เลยใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นมันเป็นตัวสะท้อนธรรมชาติ ที่อยู่ภายในของเรา

ว่าภายในของเรา มันคิดอะไรอยู่ความรู้สึกที่เรามีมากกว่าปกติ มากกว่าชาวบ้านเขาเนี่ย

มันก็คือพลังงานก้อนนึงเนี่ยแหละค่ะ ถ้ามันเป็นด้านลบ คือเราก็โกรธใหญ่ โกรธมาก

ถ้ามันเป็นพลังงานด้านบวก คือเรามีไฟที่อยากจะทำเรื่องนั้น เราทำเรื่องนี้

แล้วมันมีความสุขเวอร์ อินมาก มันคือแหล่งพลังงานดีๆ ของเรานี่เองนะคะ เมื่อไหร่เรารู้แล้ว

ว่าต้นเหตุที่มันทำให้เราเกิด strong mood คืออะไร นั่นเท่ากับว่าเราค้นพบแล้วว่า

แหล่งพลังงานของเราเนี่ย มันไปอยู่ที่เรื่องๆ ไหน

คุณจะไปวางแผนเป้าหมายในการทำงานของคุณ คุณลองดูซิว่า strong mood ของคุณเนี่ย

มันอยู่ที่เรื่องไหน แล้วคุณลองเอามาดูซิ ถ้าคุณไม่ชอบปัญหานี้เลย

ปัญหานี้มันคาใจคุณมากเลย ปัญหาเรื่องของแบบแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร คนไม่ทำตามกฎเกณฑ์

มันคาใจคุณมากเลย แสดงว่าคุณอินกับเรื่อง ระเบียบ กฎ เกณฑ์มากๆ ถูกไหมคะ

การวางแผนในอนาคตของคุณ คุณลองมันเน้นในจุดนี้ทำทุกอย่างให้ มันเข้ารูปเข้ารอยให้มันตรงเป๊ะ

ให้มันตรงตามระเบียบที่คุณพอใจ คุณจะอินฟินเวอร์มากกว่าชาวบ้าน ถูกไหมคะ มาที่ตัว i ค่ะ ตัว

i ย่อมาจาก important person นะคะ คนที่สำคัญในชีวิตของเรา

คือใครคนที่เป็นคนสำคัญในชีวิตของเรา ส่วนใหญ่แล้วเนี่ย

เขาจะมีอิทธิพลต่อความคิด ทัศนคติในการใช้ชีวิตของเราค่ะ เราจะมีความเชื่อว่า

อะไรคือดีไม่ดี อะไรคือวิธีการที่ถูกต้องอะไร คือมารยาท อะไรคือ

สิ่งที่ควรจะทำ อะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะต้องคิดถึง ไม่ควรจะทำเลย สิ่งต่างๆ

ที่มีอิทธิพลมาจาก บุคคลสำคัญของเราเหล่านี้

มักจะหล่อหลอมออกมา เป็นทัศนคติแล้วก็แนวคิดของตัวเราเองค่ะ

ถ้าเกิดว่า เรารู้ว่าคนที่สำคัญในชีวิตของเราเป็นใครบ้างเนี่ย มันทำให้เรา

มีโอกาสที่จะได้นั่งวิเคราะห์ค่ะว่า คนเหล่านั้นที่เป็นคนสำคัญในชีวิตของเราเนี่ย

เขาเป็นคนแบบไหน เขามีความคิดยังไง ทัศนคติยังไง พ่อแม่ของเราเนี่ย

เขาเกิดเติบโตมายังไงนะ เขามีความเชื่อยังไง มีทัศนคติยังไง

เขารู้สึกว่าอะไรคือดี ไม่ดี อะไรคือควร ไม่ควร เราวิเคราะห์ออกมา แต่ละคน

แต่ละคนเลยนะคะ เวลาที่เราได้เข้าใจแล้วว่า คนเหล่านี้ คนที่มีความสำคัญในชีวิต ของเราเนี่ย เขามีทัศนคติแนวนี้เนี่ย

มันทำให้มันสะท้อนถึงตัวเราได้เราจะเริ่มเข้าใจว่า อ๋อ

สาเหตุที่ฉันอยากรวยมากๆ อยากรวยเร็วๆ อ่ะ อยากรวยกว่าคนอื่นเขายอมแพ้

ไม่ได้เนี่ยเป็นเพราะ ฉันถูกปลูกฝังมาแบบนี้ พ่อแม่ฉันมีแนวคิดแบบนี้

ฉันก็เลยเชื่อแบบนี้ ที่เราจะต้องรู้เรื่องราวเหล่านี้ เพื่ออะไร

เพื่อที่ให้เราคัดกรองได้ค่ะ เราจะได้มีอะไรที่มันชัดเจนขึ้นว่า แนวคิดเหล่านี้

มันเป็นแนวคิดที่มาจากคนที่มีความสำคัญในชีวิตเรานะ

และมันใช่สิ่งที่เราเชื่ออยู่ตอนนี้จริงๆ ไหม

เราจะสามารถคัดกรองได้อีกทีนึงว่า อันนี้ใช่ อันนี้ไม่ใช่ เพราะบางทีเนี่ย

คนที่มีความสำคัญ หรือมีอิทธิพลในชีวิตของเราเนี่ย มีหลากหลายคนมากๆ เลย

มาถึงคำถามที่ 3 คำถามสุดท้ายนะคะ คือตัว v v คือ value ค่ะ

คุณค่า คุณค่าไม่ใช่คุณค่าว่าคุณ คุณมีคุณค่าตรงไหนนะ

แต่เป็นคุณค่าที่คุณให้กับบางสิ่งบาองย่าง คุณรู้สึก

ว่าอะไรที่มันเป็นคุณค่าในความคิดของคุณ พูดอย่างนี้อาจจะงง บีใช้คำว่า

อะไรคือ บรรทัดฐานว่า มันดีในแนวคิดของคุณ บางคนน่ะ

ถูกปลูกฝังมาในครอบครัว ครอบครัวเป็น คนรักษามารยาทมาก ให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาท

สมบัติผู้ดีอะไรต่างๆ มากจน มันกลายเป็นตัวคุณไปแล้วอ่ะ

มันอยู่ในทุกอณูรูขุมขนของคุณไปแล้วโดยธรรมชาติ

เพราะฉะนั้นคุณจะให้คุณค่ากับเรื่องของมารยาทมาก

เป็นอันดับหนึ่งใครที่ไม่มีมารยาทในสายตาคุณก็เริ่มจะเป็นคนไปในทางลบๆ

เริ่มจะเป็นคนที่ไม่ดีและนะ สมมุติว่าจริงๆ จิตใจอาจจะดีมากเลย แต่คุณไม่ได้อินกับเรื่องความดี

ไม่ได้อินเกี่ยวกับเรื่องแบบการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อะไรขนาดนั้น แต่คุณเกี่ยวกับเรื่องมารยาทมากอ่ะ

คนมีมารยาท คือคนดีในสายตาของคุณถูกไหมคะ และถ้าเกิดว่า

คุณรู้ว่ามาตรฐาน บรรทัดฐานในการให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆ ของคุณคืออะไรอ่ะ

มันจะทำให้คุณง่ายขึ้นชัดเจนขึ้น ถ้าคุณอยู่ในจุดที่คุณจะต้องตัดสินใจ

คุณก็จะได้คัดเลือกอะไรที่มันง่ายขึ้น

แล้วถ้าเกิดคุณอยู่ในจุดที่คุณจะต้องเลือกอะไรบางสิ่งบางอย่าง ในตัวเองออกมานำเสนอ

เป็นจุดเด่นของคุณ คุณจะได้รู้ว่าคุณต้องดึงสิ่งที่คุณเชื่อว่ามัน คือ คุณค่าออกมานำเสนอ

พอนอกจากคุณจะทำมันได้ดี แล้วคุณทำมาโดยธรรมชาติ แล้วเมื่อคุณทำสิ่งนั้นสำเร็จ

คุณจะยิ่งภูมิใจในตัวเองมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณให้คุณค่ากับชีวิต ข้อดีที่เรารู้คืออะไร

ข้อดีที่เรารู้ก็เพราะว่า ถ้าเราได้รู้แล้ว เราจะเข้าใจว่า เฮ้ย

สรุปแล้วว่าการตีความว่า อะไรคือดี อะไรที่ไม่ดี อะไรคือมีค่าหรือไม่มีค่าเนี่ย

มันแล้วแต่บุคคลเลยจริงๆ เพราะว่าการตีความเนี่ย มันขึ้นอยู่กับอดีตที่เราผ่านมา ประสบการณ์ของเรา

สิ่งที่เราถูกหล่อหลอมมา สื่อที่เราเสพ พ่อแม่สอนมายังไง

มันเลยถูกหล่อหลอมมา ประมวลออกมา เป็นสิ่งที่เราให้ความคิดเห็นว่า นี่แหละ

มันคือสิ่งที่เป็นคุณค่า ซึ่งสิ่งนี้คนอื่นเขาก็จะมีสิ่งที่แตกต่างกันออกไป

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น