fbpx
Home ความรู้พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ตัดต่อด้วยแอพไหนดี โปรแกรมตัดต่อที่ดีที่สุด รีวิวโปรแกรมตัดต่อ
ตัดต่อด้วยแอพไหนดี โปรแกรมตัดต่อที่ดีที่สุด รีวิวโปรแกรมตัดต่อ

ตัดต่อด้วยแอพไหนดี โปรแกรมตัดต่อที่ดีที่สุด รีวิวโปรแกรมตัดต่อ

ใครที่กำลังจะเริ่มต้นตัดต่อวีดีโอ  แล้วก็ยังเลือกไม่ได้ไม่รู้ว่าตัวเองเนี่ย

จะใช้แอพพลิเคชั่นตัดต่อด้วยมือถือ  แอพไหนหรือจะใช้โปรแกรมตัดต่อด้วยคอมพิวเตอร์ไปเลย

แล้วจะใช้โปรแกรมไหนดีนะคะ สำหรับคนที่เริ่มต้น บีเชื่อว่าวีดีโอนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณมากๆ เลยนะคะ

เพราะว่าในคลิปนี้นะคะ บีจะมาทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นค่ะ

บีจะหยิบยก application แล้วก็โปรแกรมฮิตนะคะ มาทั้งหมด 4  โปรแกรมด้วยกันนะคะ

เพื่อที่ให้คุณเห็นภาพว่าและในสไตล์ของคุณการทำงานของคุณเหมาะที่จะเลือกใช้โปรแกรม

หรือ application ไหนกันแน่ เพราะว่าที่สุดแล้วนะคะ คำว่า app

ที่ดีที่สุดรับโปรแกรมที่ดีที่สุดเนี่ย มันก็ไม่ได้มีอยู่จริง

มันไม่ได้เหมือนกันทุกคนค่ะ เพราะต่อให้ app เทพมากๆ

หรือโปรแกรมที่เทพมากๆ มันก็ไม่ได้เป็น app ที่ดีที่สุด

สำหรับบางคนเพราะคนที่เริ่มต้น  เขาก็ไม่ต้องการอะไรที่มันยากมัน advance ขนาดนั้นนะคะ

และเรียนยากไปโดยที่ไม่ได้ใช้ ก็ทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ด้วยซ้ำไปนะคะ

เพราะฉะนั้นถ้าคุณกำลังมองหาแอพพลิเคชัน  หรือโปรแกรมที่เหมาะกับคุณดูคลิปนี้ได้เลยนะคะ

ถ้าเราจะพิจารณากันแบบผิวๆ เนี่ย เรามาดูกันที่อุปกรณ์ก่อนนะคะ

ถ้าเกิดว่าพื้นฐานคุณชัดเจนแล้วว่า โอเค ฉันถนัดคอมแน่ๆ ยังไง

ฉันชอบในการทำงานในคอมมากกว่า มันใหญ่กว่ามันสะดวกกว่า ฉันมี notebook

ที่ฉันใช้งานสะดวกอยู่แล้ว ฉันมีเวลาที่นั่งหน้าจอโดยไม่มีปัญหาอะไร ถ้าอย่างนี้ ถ้าคุณชัดเจนแบบนี้

ตั้งต้นแบบนี้ โอเค  คุณไปทางฝั่งการตัดต่อด้วยคอมพิวเตอร์ไปเลยนะคะ

แต่สำหรับบางคนที่ก็ชัดเจนเหมือนกันว่า  ฉันไม่อยากเอาคอมพิวเตอร์แน่ๆ มันวุ่นวาย

ฉันขี้เกียจมานั่งเปิด notebook ฉันขี้เกียจพกพา  ฉันไม่มีเวลานั่งหน้าจอ

ถ้าอย่างนี้คุณมาทางฝั่งตัดต่อด้วยมือถือเลยค่ะ ซึ่งบีได้ยกตัวอย่างมาทั้งหมด 4 โปรแกรมด้วยกันนะคะ

ที่จะแยกออกเป็นฝั่งละ 2 นะคะ 2  โปรแกรมแรกจะเป็นฝั่งแอพพลิเคชั่นตัดต่อด้วยมือถือ หรือว่า

แท็บเล็ต ipad นะคะ พวกนี้ คือ application นะ 2 applicationนี้

ก็คือ Kinemaster กับ Lumafusion นะคะ

ที่บีคัดเลือกมาเป็น 2 application นี้ ก็เนื่องจากว่า

วิธีการใช้งานมันค่อนข้างเป็นเรื่องเป็นราว มันค่อนข้างเป็นมืออาชีพทำงานจริงๆ ได้

แต่สำหรับแอพพลิเคชันที่แบบตัดต่อง่ายๆ  ถ้าคุณใช้แล้วคล่องมืออยู่แล้ว

คุณไม่ต้องการอะไรที่มันมากไปกว่านั้น  คุณก็ใช้แอพพลิเคชั่นง่ายๆ เลย ซึ่งบีจะไม่ได้ยก

ตัวอย่างมาพูดใน ในคลิปวีดีโอนี้นะ เพราะว่าถ้าเกิดว่าความคาดหวังของคุณคือการแค่แบบ ทำวีดีโอง่ายๆ พวกนี้

คุณไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบอะไรเลย คือเลือกอย่างเดียว app  ไหนที่มันง่ายสุด คุณใช้อันนั้นอ่ะ ก็คือจบ

ซึ่งสิ่งที่บีคัดเลือกมาก็มี 2 แอป คือ Lumafusion กับ  Kinemaster นะคะ 2 app นี้นะคะ

อย่าง Kinemaster มันมีทั้ง  android แล้วก็ ios แต่ Lumafusion เนี่ย

ก็ต้องยอมรับข้อจำกัด มันมีเฉพาะ ios นะคะ แต่ทำไมถึงต้องเป็น  2 app นี้

อย่าง Kinemaster แน่นอนว่าเป็นแอพฮิตของหล่าครีเอเตอร์ เหล่า youtube แน่นอนนะคะ

มันมีเครื่องมืออะไรหลายอย่างที่ผู้พัฒนาเนี่ย

เขาตั้งใจทำมาเพื่อ support คนที่ทำงาน เป็นครีเอเตอร์

หรือคนที่สร้างคลิปวีดีโอบ่อยๆ เยอะๆ นะคะ Kinemaster ต้องเป็นตัวเลือกหนึ่งในนั้นอยู่แล้วนะคะ

ส่วน Lumafusion เนี่ย เนื่องจากว่าบีก็เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้ว ในที่เมืองนอกนั้น เขาฮิตมากเลยนะ

เพราะว่าอาจจะด้วยความที่เมืองนอกเนี่ย เขาใช้ ipad กันเยอะอยู่แล้วนะคะ

แล้วก็ Lumafusion มันก็อยู่ใน ipad แล้ว  มันตัดต่อได้ง่าย มันสะดวกทำงานละเอียดได้นะคะ

แล้วก็ถ้าใครที่ทำงานละเอียดจริงๆ เนี่ย  มันจะมีบางฟีเจอร์ที่ในแอพอื่นไม่มี แต่ใน Lumafusion มีนะคะ

เพราะฉะนั้น 2 app นี้ มันเลยอยู่ใน list ที่บีรู้สึกว่า

ถ้าคุณจะเลือกว่าจะตัดต่อแอปไหน แบบเป็นเรื่องเป็นราวเนี่ย  มันก็ควรจะเลือกจาก 2 app นี้แหละ

ที่นี้ส่วนในฝั่งคอมพิวเตอร์บ้างล่ะ  บีได้คัดเลือกหรือว่ายกโปรแกรมอันไหน

เอามาเป็นแบบผู้ท้าชิงนะคะ  โปรแกรมที่บีคัดเลือกมา ก็คือ อย่างที่ 1 หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ

premiere pro นะคะ adobe premiere pro เพราะว่า ฮิตมากๆ

แล้วก็อีกอันนึงนะคะ ที่บียกมา ก็คือ filmora นะคะ wander share filmora เนี่ย

เป็นแอพที่บีเห็นคนที่เป็นบล็อกเกอร์ ที่เริ่มต้นใหม่เขามักจะสตาร์ทด้วย filmora

แล้วก็มักจะมาต่อยอดด้วยโปรแกรมโปรๆ อย่างพวก premiere pro

หรือว่า final cut pro ไปนะคะ แต่บีก็เลยเอา 2 อันนี้มาเทียบกันค่ะ

เพราะว่าในฐานะของคนที่กำลังจะเลือกโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง

เขามาเริ่มสตาร์ทครั้งแรกเลยเนี่ย เขาควรจะเริ่มที่ filmora

หรือเขาควรจะมาแบบสตาร์ทที่แบบ โปรแกรมเจ๋งๆ ไปเลย ก็คือ

premiere pro มันแตกต่างกันยังไงนะคะ บีขออนุญาตเริ่มต้น

รีวิวที่ฝั่งคอมพิวเตอร์ก่อนเลยนะคะ อย่างในคอมพิวเตอร์นะคะ

ที่บีเอามาเทียบกัน มันจะเป็นเหมือน 2 level นะคะ filmora

จะเป็นเหมือนเด็กน้องๆ วัยรุ่นหน่อยนะคะ ส่วน premiere pro  ก็จะเป็นวัยทำงานไปแล้วนะคะ

ถ้าเปรียบกันเรื่องของความยากความง่ายเนี่ย ถ้ามองแบบหน้าตาการใช้งานเนี่ย

ฝั่งที่เครื่องมือน้อยกว่า  หรือว่าฝั่งที่ทำมาเพื่อคนที่เป็นมือใหม่

มันก็ต้องง่ายกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงเรื่องรายละเอียด ตัว  premiere pro มันก็จะทำให้เราทำงานง่าย ในอีกรูปแบบอื่นๆ

ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถลากไฟล์ photoshop เอามาใส่ใน

premiere pro ได้เลยโดยคุณไม่จำเป็นที่ต้องมาเซฟไฟล์รูปภาพที่มันมี 10 เลเยอร์

ไม่จำเป็นต้องเซฟเอามาเป็น 10 ไฟล์ คุณแค่โยนไฟล์ของ  photoshop มาใส่ใน premiere pro

คุณก็โยนไฟล์เดียวนะ  เข้ามาใส่ได้เลย ไม่ต้องวุ่นวายนะคะ

ถ้าสำหรับคนเบื้องต้น filmora  มีทั้งหมดอีกอย่างนึงที่เป็นข้อได้เปรียบของฝั่ง filmora

ก็คือว่า filmora เนี่ย  มันจะมีพวกเครื่องมือสำเร็จรูปเอามาให้เราใช้เยอะเลยนะคะ

หลายคนเลือกที่จะตัดต่อด้วย application มือถือ เพราะว่า  application มือถือ

มันมีพวกสติ๊กเกอร์ อนิเมชั่นพวกไตเติ้ลสำเร็จรูปใช่ไหมคะ เพื่อมาทำโลโก้ต่างๆ

มันมีสำเร็จรูปอยู่ใน application มือถือและซึ่งใน filmora  ก็มีเหมือนกัน

คุณสามารถใช้ได้เหมือนกันคุณอยากมีอินโทรของตัวเองเนี่ย ไม่ต้องไปจ้างใคร

หรือไม่ต้องไปหาแหล่งดาวน์โหลดที่ไหนหรอก คุณก็ดูในที่  filmora ให้มาแล้ว

คุณก็แก้ไขข้อความเปลี่ยนสีเป็นอะไรมันก็กลายเป็นอินโทรของคุณ

และมันค่อนข้างครบถ้วนสำหรับคนที่เริ่มต้น แต่ทำไมนะ

คนที่เริ่มด้วย filmora แล้วก็มักจะมาเปลี่ยนย้ายมาฝั่ง  premiere pro อยู่ บ่อยๆ เนาะ

สำหรับตอนที่เราเริ่มต้นตัดต่อวีดีโอจริงๆ อ่ะ

เราเริ่มต้นจากศูนย์ไง เราไม่ได้มีพวกกราฟฟิกอะไรเลยอ่ะ

เราไม่มีอินโทร content  เราก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาไอ้พวกของใช้ฟรีในฝั่ง filmora

ปิ๊งๆ แว๊บๆ อะไรพวกนี้ เรายังจำเป็นต้องใช้อยู่นะ  แต่เวลาที่เราทำงานมาสักพักหนึ่ง

เราเริ่มที่จะไปใส่ใจรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องวิธีการทำงานทีมันรายละเอียดมากขึ้น

เราอยากจะปรับแก้ในส่วนที่เรามีไอเดีย เราอยากจะแก้ตรงนี้ และ  filmora มันช่วย support ไม่ได้

เราก็เริ่มจะมองหาโปรแกรมที่มัน advance มากกว่า filmora  และหรือบางทีเราก็คาดหวังในเรื่องของการแบบจัดการไฟล์

ที่มันเป็น professional มากขึ้น การเชื่อมโยงกับโปรแกรมอื่นๆ

ที่มันทำให้เราทำงานเป็นระบบ เป็นรูปแบบมากขึ้น  อาจจะด้วยสาเหตุนี้ คนจึงมักจะย้ายจาก filmora

เวลาที่เขาทำงานคล่องๆ แล้วมาเป็น premiere pro นะคะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น