fbpx
Home ความรู้พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ขโมยเทคนิค สตีฟ จ๊อบส์ ใช้ในช่องยูทูปของคุณ
ขโมยเทคนิค สตีฟ จ๊อบส์ ใช้ในช่องยูทูปของคุณ

ขโมยเทคนิค สตีฟ จ๊อบส์ ใช้ในช่องยูทูปของคุณ

วันนี้เราจะมาขโมยเทคนิคสตีฟ จ๊อบส์ เอามาใช้ในช่อง youtube  ของเราแบบทันทีด้วยนะคะ

คุณจะเคยได้ยินประวัติของสตีฟ  จ๊อบส์ ที่บอกว่าในการทำงานเขาเนี่ย

ค่อนข้างเกรี้ยวกราดหยาบคายเบื้องหลังเขา  ถึงแม้เขาจะไม่ใช่เป็นคนที่แบบเสน่ห์โดยธรรมชาติ

ใครเจอเขาก็ต้องรักไปทั่ว แต่ทุกครั้งที่เขาต้องการให้คนรัก

เขาจะรู้วิธีว่าควรจะทำยังไงควรจะพูดยังไง  เพื่อที่จะโปรยเสน่ห์หว่านล้อมโน้มน้าว

สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่เขาต้องการได้ด้วยความ super  พิเศษอลังการ

ของงาน present นำเสนอสินค้าของ สตีฟ  จ๊อบส์ที่ผ่านมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วเนี่ยล่ะค่ะ

มันก็ทำให้คนที่เป็นคนใหญ่ๆ โตๆ  คนที่จำเป็นที่ต้องใช้เทคนิคการพูดในที่สาธารณะเนี่ย

ก็มาแกะรอยเส้นทางของสตีฟ จ๊อบส์ แล้วก็เอาไปทำตามจนตอนนี้มันกลายเป็นมาตรฐานใหม่ไปซะแล้วว่า

วิธีการนำเสนอพื้นฐานของคนที่เป็นบิ๊กๆ เนี่ย มันจะต้องนำเสนอในสไตล์แบบสตีฟ จ๊อบส์

เขาแม้กระทั่งตอนนี้ที่สตีฟ  จ๊อบส์ไม่อยู่แล้วเนี่ย วิธีในการนำเสนอของตัว apple เอง

ก็ยังเป็นวิธีการเดียวกันกับที่สตีฟ จ๊อบส์ทำมาในความเป็นสตีฟ จ๊อบส์

บีอยากจะขโมยเทคนิค 3 เรื่องของเขาค่ะ

เสน่ห์ของเขาคำพูดโน้มน้าวของเขา

วิธีการสร้างแฟนคลับหรือสร้างสาวกของเขานึกถึงภาพคนที่ฉลาดเป็นกรดหรือ genius มากๆ

คุณคิดว่าทุกคนจะมีเสน่ห์เหมือนกับที่สตีฟ จ๊อบส์มีไหมคะ

ไม่หรอก บ่อยครั้งเลยที่เราจะได้ยินคนพูดถึงสตีฟ  จ๊อบส์แล้วพูดถึงว่า

เขาแบบเอ็นเนอร์จี้เยอะมากๆ เลย กระตือรือร้นมากๆ  ตื่นเต้นกับสิ่งประดิษฐ์นู่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลา

มวลก้อนพลังความกระตือรือร้นมหาศาลที่มันอยู่ในตัวเขาเนี่ย

มันถูกนำเสนอในรูปแบบของความธรรมดาเข้าถึงง่ายแบบนี้

มันจะเกิดเป็นเสน่ห์ขึ้นมาค่ะ คุณควรจะต้อง balance 2 สิ่งนี้ค่ะ

สิ่งแรกคือความกระตือรือร้นของคุณกับอีกสิ่งหนึ่งความธรรมดาเข้าถึงง่ายของคุณค่ะ

ยากนิดนึงถ้าคุณจะแสดงว่าคุณอินกับเรื่องนี้  คุณอยากจะแสดงว่าคุณกระตือรือร้น

คุณอยากจะเล่าเหลือเกินแต่ข้างในมันไม่บีคิดว่ามันยากเนอะ

แล้วเราก็คงไม่ใช่นักแสดงที่ดีนัก  เพราะฉะนั้นการที่เราอยากจะแสดงออกให้คนเห็นว่า

ฉันกระตือรือร้นกับเรื่องนี้นะ ฉันอินฉัน มี power  มากมายกับเรื่องนี้นะ

คุณควรที่จะต้องอินกับมันจริงๆ อ่ะ  คุณควรที่จะต้องหาเรื่องราว content

ที่คุณรู้สึกอยากที่จะเล่าอยากที่จะนำเสนอกับมันจริงๆ  เพื่อที่จะให้ได้พลังก้อนนี้

มาบวกกับสิ่งที่คุณจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลาในการนำเสนอ  ก็คือว่าคุณจะต้องเอาเอ็นเนอร์จี้ก้อนนี้

ความกระตือรือร้นก้อนนี้ของคุณน่ะ  นำเสนอมันออกไปในแบบที่ความรู้สึกว่า

คุณนำเสนอให้กับเพื่อนซี้  เพื่อนสนิทที่คุณรักใคร่ คุณจะเคยเห็นเวลาที่

แม้จะบุคคลที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน หรือคนที่มีแฟนคลับเยอะแยะแค่ไหนเนี่ย

เวลาที่เขาจะเรียกแฟนคลับ เขาจะเรียกว่าพวกเราพี่น้อง เพื่อนๆ

และอีกเรื่องนึงที่ลืมไม่ได้เลย  คือเรื่องสายตา

ที่มีคนบอกว่าเหมือนกับว่ามีลำแสงเลเซอร์ออกมาจากสายตาสตีฟ จ๊อบส์ใช่ไหมคะ

เราก็อยากจะมีสายตาที่มีลำแสงเลเซอร์ออกมาเหมือนกับเขาบ้างเนอะ

บีคิดว่ามันง่ายกว่าสตีฟ จ๊อบส์เองซะด้วยซ้ำนะ สตีฟ จ๊อบส์เนี่ย

ขึ้นไปพูดบนเวทีใช่ไหมหรือไม่ก็พูดกับคนตัวต่อตัวแบบเผชิญหน้าใช่ไหมคะ

แต่เราพูดกับกล้องพูดกับรูเลนส์ค่ะ  มันจะง่ายกว่าซะด้วยซ้ำ แต่เพียงแต่ว่าเราต้องทำตัวให้ชินกับ

ตัวรูเลนส์อันเนี้ย ทำให้ร่างกายของเรา สายตาของเรา มันชินไปว่า

สิ่งที่เรากำลังสื่อสารอยู่เนี่ย อยู่ตรงจุดรูนี้นะ การมองรูเลนส์ไม่ใช่การจ้องเขม่ง

จ้องไปอย่างนี้ค่ะ มันเหมือนกับจ้องโดยหุ่นยนต์ หุ่นยนต์จ้องไปอย่างนี้มันไม่ใช่

ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกเลย หรือก็ไม่ใช่วิธีการมองแบบลอยๆ มองไปเฉยๆ

อย่างนี้ก็รู้สึกว่า ตามองแต่รู้สึกไม่โฟกัสอะไรเลยไม่สื่อสารอะไรเลยอย่างนี้ ก็ไม่เวิร์ค

ให้สายตาในการแสดงออกสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกของคุณ

ให้มันเป็นการสื่อสารหลักมากกว่า มือไม้ที่มันแบบใหญ่โต over คุณนิ่ง

แต่สายตาของคุณมีพลัง และก็สื่อสารอารมณ์ความรู้สึกของคุณออกไป

ทีนี้มาเรื่องที่ 2 กันบ้างค่ะ เราจะมาคุยกันเรื่องคำพูดโน้มน้าวของเขา สตีฟ จ๊อบส์เนี่ย

ขายเก๊งเก่งนะคะ  แต่ในทางกลับกันค่ะ ถ้าเกิดเวลาที่เรามองคนที่เป็นนักขายจริงๆ

มองคนที่เป็นเซลล์แมนจริงๆ เราจะไม่ได้มองทัศนคติเดียวกับที่เรามองสตีฟ  จ๊อบส์

นึกออกไหม  คือเราจะไม่ชอบหรอกคนที่จะมาขายเราเห็นคนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะมาพูดหวานล้อม

ขายเราก็วิ่งหนีแล้วใช่ไหมคะ แต่ทำไมกับสตีฟ จ๊อบส์

ทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำที่เขาจะมานำเสนอสินค้า ขายสินค้าของเขา

แสดงว่ามันจะต้องมีวิธีการบางอย่างในการโน้มน้าวของเขาค่ะ

สิ่งที่สตีฟ จ๊อบส์พูดเนี่ย  มันคือความตั้งใจที่จะโน้มน้าวให้คนเชื่อตามความต้องการของเขาเลยแหละ

หรือเราจะใช้คำว่า เขาเป็นคนกล่อมคนเก่ง  หรือเขาเป็นคนขายฝันเก่งก็ว่าได้นะคะ

ตัวสินค้าที่สตีฟ จ๊อบส์พูดเนี่ย  มันเป็นสินค้าที่น่าเบื่อแหละ ถ้าพูดง่ายๆ นะ

เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแท่งๆ เหลี่ยมๆ  ฟังดูก็น่าปวดหัวน่ากลัวใช่ไหมคะ

แต่เวลาสตีฟ จ๊อบส์พูดเนี่ย  เขาไม่ได้พูดอะไรที่มันน่าเบื่อ เพราะเขาเอาผลิตภัณฑ์ของเขา

หรือเอาเนื้อหาของเขาที่มันน่าเบื่อเนี่ย เอามาเคลือบด้วยน้ำหวานค่ะ เคลือบด้วยแรงบันดาลใจ

เคลือบด้วยฝันอันยิ่งใหญ่ที่เขาจะบอกว่า  เรามาร่วมในฝันอันยิ่งใหญ่ของพวกเรากัน

คุณจะมีส่วนร่วมกับฝันอันยิ่งใหญ่ได้นี้ ก็คือคุณจะต้องเชื่อเขา

คุณจะต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าเขา นี่มันคือเส้นทางในการโน้มน้าวของสตีฟ จ๊อบส์ค่ะ

ทีนี้ถ้าเป็นพวกเรา เราจะมาสร้างฝันใหญ่ให้กับ content  ของเราได้ยังไง

เดี๋ยวบียกตัวอย่างนะคะ

จากเรื่องเทคนิคการพูดบีเอามาเปลี่ยนว่าเทคนิคการพูดที่คุณกำลังจะพูดนี้

ถ้าคุณรู้เทคนิคการพูด คุณพูดเก่งขึ้นนั่นหมายความว่า  สิ่งที่คุณรู้เอามาผสมกับเทคนิคแล้ว

คุณจะมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงให้คนในโลกใบนี้

มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ฟังดูแล้ว มันยิ่งใหญ่ขึ้นไหมคะ  มันยิ่งใหญ่ขึ้นมากกว่า ว่าเทคนิคการพูดให้เก่งเร็ว

เก่งไวคือฟังแค่นี้มันก็จะดูแบบไม่มีอะไรเลยเนาะ แต่พอเรามาขยายว่า

ฝันใหญ่ของเขา คือเขาต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้

เขาต้องการมีตัวตนทำให้คนเห็นว่าเขาสำคัญ  เขาต้องการที่จะนำสิ่งที่เขาเป็นอยู่ช่วยเหลือให้เพื่อนมนุษย์มีชีวิต

ที่ดีขึ้นจากเรื่องธรรมดา กลายเป็นฝันอันยิ่งใหญ่ไปซะแล้ว  และแน่นอนค่ะ

การที่เราเชื่อมโยงแบบนี้ สุดท้ายมันก็จะมาจบที่งั้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากยิ่งใหญ่ใช่ไหม

คุณมีฝันใหญ่ใช่ไหม  เพราะฉะนั้นมานั่งฟังฉันนี่ มานั่งฟัง แล้วก็ฟังว่าฉันจะบอกวิธียังไง

1 2 3 4 แล้วถ้าเกิดคุณมีผลิตภัณฑ์ มีสินค้าที่จะเสนอขาย  คุณก็เสนอขายไปได้เลย

เหมือนกับที่สตีฟ จ๊อบส์ เขาทำแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ อย่างที่บีบอกไว้ในข้อที่แล้ว

ว่าถ้าเกิดเราไม่ได้เชื่อแบบนั้นจริงๆ เราไม่ได้อินกับเรื่องฝันใหญ่  เราไม่ได้อินว่าความรู้ของเรา

หรือว่าสินค้าของเรามันจะช่วยทำให้คนไปถึงฝันใหญ่ของเขาได้อ่ะ

เวลาเราพูดอ่ะ คนก็จะสัมผัสได้ว่า มันไม่จริงอ่ะ มันไม่ได้อินขนาดนั้น

เพราะฉะนั้นไอ้ตัวฝันใหญ่ที่เราจะสร้างขึ้นมา  เราก็ต้องนึกให้มันทะลุนะว่าเรา

เราต้องเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้จริงๆ  อีกอย่างนึงที่ให้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ

บีจะยกตัวอย่างในตอนที่สตีฟ จ๊อบส์เปิดตัว ipod คือที่บียกตัวอย่าง ipod

เพราะว่ามันจะมองเห็นได้ชัดว่า เวลาเราพูดถึงเครื่องเล่นเพลง

เราจะไม่รู้สึกให้คุณค่าอะไรกับมันมากมาย คุณค่าของมัน  ก็คือมันเป็นแบบ memory

เก็บเพลงใช่ไหมคะ เสียบหูฟังแล้วก็ฟังเพลง ฟังเพลินๆ น่ะ ไม่ได้มีการเปลี่ยนโลก

หรืออะไรใช่ไหมคะ สตีฟ จ๊อบส์ ขยายความสำคัญของเครื่องเล่นเพลงไปมากกว่า

แค่เครื่องเล่นเพลงขยายความสำคัญของคนที่ฟังเพลงไปมากกว่าแค่คนฟังเพลงคนนึง

มันกลายเป็นว่าสตีฟ จ๊อบส์ เอาเรื่องของเพลงซึ่งมันดูไม่ค่อยมีอะไรเลย

เอามาเชื่อมโยงกับความสุนทรียเป็นคนที่มีหัวใจสุนทรีเป็นคนที่แบบมีความหลงใหลในเพลง

พอเพลงมันเชื่อมต่อกับหัวใจของคนในหัวใจของคนมันเป็นอะไรที่มันยิ่งใหญ่ได้ไม่สิ้นสุด

มันดูจากเพลงมันยิ่งใหญ่อลังการไปซะแล้วอ่ะ  นี่ก็คือวิธีการขายฝันของเขาอย่านึง นึกออกไหมคะ

แทนที่เขาบอกจะขายเครื่องเล่นเพลงมันกลายเป็นขาดความสุนทรียของโลกใบนี้

ตัวคุณเองอ่ะ content ของคุณน่ะ  มันสามารถขยายขายฝันอะไรได้ไปมากแค่ไหนเอาแบบที่อยู่ใน

ความเป็นจริงนะ แม้คนจะมาว่า เพ้อเจ้อแต่มันเพ้อเจ้อในความเชื่อของคุณ

ความอินของคุณ คุณยังอินแบบนั้นอยู่ ถือว่าโอเค

แต่เทคนิคมันอยู่ตรงนี้ค่ะ ไม่ใช่ว่าคุณขายฝันอย่างเดียว  เทคนิคมันอยู่ตรงที่ว่า

เมื่อคุณรู้ว่าคุณจะขายฝันอะไรแล้วเนี่ย คุณจะต้องดึงฝันนั้นน่ะ

ให้มันอยู่ข้างตัวของคนฟังให้ได้ คุณจะได้ยินว่าทุกครั้งที่สตีฟ  จ๊อบส์ พูดเกี่ยวกับฝันใหญ่ของเขาอ่ะ

เขาจะดึงฝันใหญ่ของเขามาใกล้กับคนฟังตลอดเลย อย่างเช่นเครื่อง ipod

ที่มันเป็นความสุนทรียของผู้รักเพลงเนี่ย  เอามาอยู่ในกระเป๋าของคุณมาอยู่ใน your pocket ใกล้ตัวไหมคะ

คนนึกภาพออกมากขึ้นใช่ไหม  ความสุนทรียความยิ่งใหญ่ตรงนี้ออกมาอยู่ในกระเป๋าของคุณ

หรือคอมพิวเตอร์  แมคอินทอชที่เป็นคอมพิวเตอร์ที่มันช่วยผลักดันศักยภาพของมนุษย์สู่โลกอะไรเนี่ย

ความยิ่งใหญ่ของแมคอินทอชมาอยู่ในบ้านของคุณ อย่างเช่นที่สมมติไปว่า

สมมติบีจะทำ content เกี่ยวกับเทคนิคการพูดอย่างนี้ใช่ไหมคะ

แล้วบีก็เอา content เทคนิคการพูดของบีไปเชื่อมโยงกับฝันใหญ่ของคนดู

ฝันใหญ่ของคนดู ก็คือเขาก็อยากมีตัวตน มีความสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

พัฒนาโลกใช่ไหมคะ นี่คือความใหญ่ และบีก็เอามาปรับว่าและเอา ฝันใหญ่ของเขา

เอาเทคนิคการพูดของเขาเนี่ย เอามาใช้กับช่อง youtube ของคุณ มันดูใกล้ตัวมากขึ้นไหมคะ

ฝันใหญ่การเป็นบุคคลสำคัญของโลก  เอาวิธีการนี้มาใช้ในช่อง youtube ของคุณ

มาใช้ในการพูดในชีวิตประจำวันของคุณ มันก็จะดูใกล้ตัวมากขึ้น

สรุปอีกทีว่าวิธีการโน้มน้าวคนให้คนอินตามเรา ก็คือว่าคุณจะต้องขยายความสำคัญ

ของสิ่งที่คุณกำลังจะสื่อสารให้มันเป็นฝันใหญ่  ฝันเดียวกับที่คนดูคนฟังของคุณ ก็ฝันแบบนั้นเหมือนกัน

และเอาฝันใหญ่นั้นมาทำให้เขาเห็นภาพว่า เขาจะสามารถสร้างมันในชีวิตประจำวันได้ยังไง

และเมื่อคนเห็นภาพตามอย่างที่คุณบอกเขาแล้วเนี่ย เมื่อนั้นตอนปิดจบสุดท้าย

คุณสามารถบอกเขาไปได้เลยว่า คุณต้องการจะให้เขาทำอะไร คุณต้องการจะให้เขาติดตามช่องนี้ต่อ

คุณต้องการให้เขา comment like share คุณต้องการให้เขาไปซื้อคอร์ส

คุณต้องการให้เขามาที่งานๆ นี้ ซื้อของสิ่งนี้ ทำแบบนี้ นั่นคือ  เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ที่คุณจะสามารถโน้มน้าวเขาได้ และขั้นตอนสุดท้ายมันจะไม่ยาก เพราะคุณปูฝันใหญ่ ปูความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

ให้เขาเห็นภาพชัดและ และการโน้มน้าวมันก็จะง่ายนี่คือวิธีการขายฝันที่สตีฟ จ๊อบส์ใช้เสมอค่ะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น